Tae Prasongpongchai

Sign in

จบกันไปเมื่อวานสดๆ ร้อนๆ อย่างไม่เกินความคาดหมายกับการประชุมสภาอภิปรายงบประมาณปี 65 ครับ ตลอดการอภิปรายในปีนี้ สส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ใช้เวลาอภิปรายรวมกันกว่า 40 ชั่วโมง

ในฐานะ UX Designer ที่ทำงาน Data Visualization มาบ้างพอสมควร ผมสังเกตว่าการอภิปรายในครั้งนี้มีการใช้ “กราฟ” กันอย่างล้นหลาม


วันนี้ผมไปเจอภาพอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับ “รายงานอาการข้างเคียงหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย” มาครับ ภาพอินโฟกราฟิกที่ว่า ทำโดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) และนั่นก็คือภาพด้านซ้ายที่ท่านเห็นกันข้างบนนี้นั่นเอง

สิ่งแรกที่รู้สึกหลังจากที่เห็นคือ “ทำไมผลข้างเคียงเยอะจัง?” ซึ่งสาเหตุมาจาก Visual Design ที่ภาพนี้ให้น้ำหนักกับส่วนผลข้างเคียงเยอะมาก แทนที่ภาพนี้จะทำให้คนสบายใจว่าการฉีดวัคซีนปลอดภัย กลายเป็นว่า ตกลงจะภาครัฐอยากให้คนกลัวผลข้างเคียงหรืออยากให้คนสบายใจกันแน่

ในบทความนี้ เราจะมาลองวิเคราะห์กันดู ว่าของเดิมมันมีปัญหายังไง และผมก็จะลองเอาอินโฟกราฟิกชิ้นนี้ มาปรับ layout และ visualization เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ดูครับ ถือซะว่าเป็น exercise ให้ตัวเองไปในตัว

ของเดิมมีปัญหายังไง?


[บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook และ Twitter เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563 — นำมาโพสต์ใหม่บน Medium เพื่อรวบรวมบทความที่เคยเขียนไว้ในแหล่งต่างๆ ไว้ที่เดียวกันครับ]

ไหนๆ วันนี้ (10 ธ.ค. 2563) ก็มี #ม็อบ10ธันวาสิทธิคนพิการ ในฐานะ UX Designer ที่เคยทำโปรเจกต์เกี่ยวกับผู้พิการทางสายตามาบ้างตอนที่เรียนคอมกับเรียนออกแบบ เลยอยากจะมาแชร์เรื่องการออกแบบเพื่อผู้พิการ (อยากเขียนเรื่องนี้มานานมากแล้ว ไม่ได้เขียนซักที) เรื่อง...

“ผู้พิการทางสายตาใช้มือถือยังไง?”

ใช่แล้วครับ อ่านไม่ผิด ผู้พิการทางสายตาหลายคนก็ใช้มือถือสมาร์ตโฟนทัชสกรีนเหมือนเราๆ นี่แหละ หลายคนเล่น Facebook เล่น Twitter หรือแม้แต่ Instagram ฯลฯ ด้วย “ว่าแต่ พอมันเป็นทัชสกรีน ถ้ามองไม่เห็น เราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องกดตรงไหน?”

ทุกวันนี้บนสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone และ Android จะมีซอฟ์แวร์ที่เรียกว่า “Screen Reader” ติดตั้งมากับเครื่อง ซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำหน้าที่ “อ่าน” อะไรก็ตามที่อยู่บนจอออกมาเป็นเสียงพูด ซึ่งซอฟต์แวร์ตัวนี้ฝั่ง iPhone จะใช้ชื่อว่า VoiceOver ส่วนฝั่ง Android จะเรียกว่า TalkBack


ช่วงที่ผ่านมาตอนที่ยอดโควิดมันกลับมาอีกรอบ เราก็เห็นข้อมูลโควิดประกาศอยู่ทุกวัน แต่คำถามที่เรามีในใจตลอดคือ “ตกลงมันใกล้ตัวเราแค่ไหนแล้ว” ซึ่งในเวฟสองนี้ ก็ดูจะมีข้อมูลแบบแยกจังหวัดมาให้เห็นเยอะขึ้น เราก็เริ่มเห็นตัวเลขของกรุงเทพแล้วว่าเป็นยังไง วันละกี่เคส

แต่ปัญหาคือ ข้อมูลมันมาเป็นวันๆ!

เช่น

ประกาศ วันนี้ +9

วันรุ่งขึ้น… ประกาศ วันนี้ +5

วันรุ่งขึ้น… ประกาศ วันนี้ +4

วันรุ่งขึ้น… ประกาศ วันนี้ +8


หลังจากที่ผมเล่าเรื่องฝึกงานช่วงปิดเทอม ป.โท เป็น UX Engineer ที่ Google ไปในบล็อกที่แล้ว ผมคิดว่าหลายๆ คนที่ได้อ่านบทความนั้นก็น่าจะพอรู้จักกับตำแหน่ง UX Designer กันมาพอสมควร แต่คำว่า “UX Engineer” หรือ UXE อาจจะยังฟังแปลกหู ดังนั้นในบทความนี้ ผมเลยอยากจะมาขยายความกับตำแหน่ง UX Engineer ให้ได้รู้จักและเข้าใจตำแหน่งนี้กันมากขึ้นครับ

มองภาพกว้าง: UX Engineer อยู่ตรงไหนในทีม Product?

การจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นมาได้ชิ้นหนึ่งๆ ก็จะต้องมีคนจากหลายแขนงมาร่วมมือกัน เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจผู้ใช้และลูกค้า ไปถึงการออกแบบ และการเขียนโค้ดสร้างผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นมา แต่ละคนที่อยู่ในทีมก็จะรับผิดชอบส่วนต่างๆ กันไป จากทีม Engineering ที่ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีที่สุด ไล่มาจนถึงทีม Researcher ที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้ที่สุด ถ้าเราลองไล่เรียงตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่ในทีม Product ก็จะเขียนขอบเขตงานของแต่ละตำแหน่งได้คร่าวๆ แบบนี้ครับ


Last summer, I had an opportunity to do a 12-week internship at Google as a “UX Engineering (Design) Intern” with the Hardware UX team (HWUX).


[บทความนี้ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที]

เกริ่นเล็กน้อย ตอนนี้ผมมาเรียน ป.โท สาขา Human Computer Interaction ที่ Georgia Tech ได้เดือนนึงแล้วครับ จริงๆ ก็อยากเขียนบล็อกกับหลายๆ เรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ว่าไว้ค่อยมาเล่าในโอกาสต่อๆ ไปแล้วกัน

ข้อดีอย่างนึงของการเรียนมหาลัยที่ดังหน่อยอย่าง Georgia Tech คือรู้ตัวอีกทีก็มีคนดังๆ มาพูดที่มหาลัย! มาแบบเป็นอีเวนท์เปิด ให้ใครเข้าก็ได้เลย และเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Brady Voss ซึ่งเป็น Lead Product Designer ของ Facebook ก็มาพูด และผมมีโอกาสได้เข้าไปฟัง เลยอยากเอาสิ่งที่ได้ฟังมาฝากกับชุมชนชาว UX ในไทยครับ

Designing For the World


“จะดีไหม ถ้าเราไปดูบ้านที่เราสนใจซื้อได้ทั่วประเทศโดยไม่ต้องเดินทาง?”

เมื่อเกือบปีที่แล้ว ผมได้ร่วมงานกับทีม home.tech เพื่อออกแบบและสร้าง VR Application ไปแสดงที่งาน Home Buyer’s Expo 2017 ที่จัดไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถ้าใครได้ไปเดินในงาน ก็อาจจะเห็น จอใหญ่ๆ พร้อมคนที่ใส่แว่น VR เล่นอะไรแบบในวิดีโอด้านล่างนี้อยู่ในงานครับ ในบทความนี้ผมจะมาเล่าที่มาที่ไปของการออกแบบ Application ใน VR ตัวนี้ไว้เป็นบันทึกการออกแบบ ให้ได้ลองอ่านกันดูครับ

วิดีโอโชว์ VR Tour จาก โฮมบายเออร์ไกด์ ทีวี Live จากงาน Home Buyer’s Expo 2017

เริ่มจากโจทย์


คนเรายุคนี้จะต้องผ่าน platform เว็บบล็อกกันมาแล้วกี่เจ้า?

ผมเริ่มทำบล็อกครั้งแรกสมัย exteen.com รุ่งเรือง (หรือก่อนหน้านั้นไม่แน่ใจ) เขียนเรื่อยเปื่อยบ้าง ใช้เป็น photo gallery ลงรูปบ้าง เขียน tutorial บ้าง สักพักพอ exteen เริ่มหมดสมัยก็ย้ายมา wordpress.com ก็ได้เขียนอะไรจริงจังขึ้น หลังจากนั้นก็ย้ายมาโฮส wordpress เอง

จนวันนี้ก็เลยจะลองย้าย อีกครั้ง มาที่ medium.com ที่นี่

ถ้าถามว่าทำไมถึงย้าย เหตุผลหลักๆ มาจากความขี้เกียจ maintenance บล็อก wordpress ที่โฮสเองนี่แหละครับ (โถ่ ความขี้เกียจมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ) แล้วก็เห็นและชอบหลายๆ อย่างใน medium ไม่ว่าจะเป็น

  • ความคลีนของเว็บ ทั้งฝั่งคนอ่าน และคนเขียน (เทียบกับหลังบ้าน wordpress แล้ว medium ต้องเสียพลังงานไปกับอย่างอื่นนอกจากการเขียนน้อยกว่ามาก)
  • migrate มาจาก wordpress ง่ายดี (แต่ก็ยังต้องมาจัดหน้าใหม่เพิ่มบ้าง)
  • ไม่ต้องหาที่ host รูปเองแล้ว ไม่ต้องกลัวที่เต็ม เขียนได้อย่างสบายใจ

แต่ก็ยังมีส่วนที่ไม่ค่อยชอบ อย่างเช่น

  • ระบบ response ที่ดูเหมือนจะเหมาะกับการเขียนตอบยาวๆ เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าช่อง Q&A ที่คุยกันได้แบบสั้นๆ
  • ฟอนต์ไทยที่เป็น ทาโฮม่าตัวใหญ่ๆ เวลาดูบนคอม… (อยากให้ customize font ได้จัง เป็นไปได้มั้ยนะ)

และหลังจากย้ายบล็อกมาหลายครั้ง แทบทุกครั้งก็จะเขียนไว้ในโพสต์ย้ายบล็อกอยู่ตลอดว่าหวังว่าจะได้เขียนบ่อยขึ้น ซึ่งทุกครั้งก็ทำไม่ได้ซักที และเนื่องจากระบบ publication ของ medium มันบังคับเรากรอก description รอบนี้เลยประกาศเจตนารมณ์ไว้ใน description เลยละกัน ว่า

“เขียนเมื่อนึกอยากจะเขียน และดองเมื่อนึกอยากจะดอง”

เออ เอาเด้! จะได้ไม่ผิดกับที่เขียนไว้!
(ว่าแต่เดี๋ยวนี้เค้ายังใช้คำว่าดองบล็อกกันอยู่ใช่มั้ย 555555)


User Interface Design, Usability (Feb 2018)

This essay was originally submitted to University of Maryland, College Park as one of the application materials for the Master of Human-Computer Interaction program

Tools Used: Adobe XD, Adobe Photoshop

During my preparation for graduate school application, one of the applications I use frequently is the GRE General Test. From my experience with its interface from practicing to taking an actual test, I believe the interface design for test navigation could be improved. So, in this essay, changes to the interface are proposed to deal with some issues existing in the current design.

Tae Prasongpongchai

UX Designer by day, creative coder by night. Bangkok-based. Georgia Tech MS-HCI Alum. Former UX intern at Google Hardware.

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store